<?xml version="1.0" encoding="ISO-8859-11"?>
<rss version="2.0">
	<channel>
		<title>Newtron Auction Co., Ltd.</title>
		<link>http://www.newtronauction.com/index.php</link>
		<description><![CDATA[127/24 อาคารปัญจธานีทาวเวอร์ ชั้นที่19 ถนนนนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม 10120   โทรศัพท์ 022954100-1 แฟกซ์ 022954102]]></description>
		<copyright>Copyright 2010, Wisut Ua-anant</copyright>
		<managingEditor>Wisut Ua-anant</managingEditor>
		<language>en-US</language>
		<generator>SPHPBLOG 0.4.8</generator>
		<item>
			<title>คลังคลายกฎเร่งอัดงบไทยเข้มแข็ง</title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090903-115912</link>
			<description><![CDATA[กรมบัญชีกลางได้เสนอแนวทาง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งบไทยเข้มแข็ง <br /><br />กรมบัญชีกลางได้เสนอแนวทาง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งบไทยเข้มแข็ง ลดขั้นตอน และระยะเวลาจากเดิมใช้ระยะเวลาดำเนินการถึง 85 วัน เหลือเพียง 28 วันเท่านั้น..<br /><br />  นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รักษาการที่ปรึกษาพัฒนาระบบบัญชี เปิดเผย ว่า  กรมบัญชีกลางได้รับมอบหมายนโยบายเกี่ยวกับการเบิกจ่ายและกระบวนการ ต่างๆ ในการใช้จ่ายงบประมาณโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ที่จะเริ่มใช้ในต้นปีงบประมาณ 53 นี้ กรมบัญชีกลางได้เสนอแนวทาง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.49 สำหรับโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 28 ก.ค. โดยลดขั้นตอน และระยะเวลาจากเดิมใช้ระยะเวลาดำเนินการถึง 85 วัน แต่หลักเกณฑ์ใหม่นี้ลดระยะเวลาการจัดซื้อจัดจ้างเหลือเพียง 28 วันเท่านั้น<br /><br />โดยได้ลดขั้นตอนอยู่ 3 ช่วงคือ ช่วงที่ 1 ในส่วนของการตั้งคณะกรรมการร่างทีโออาร์และเอกสารประกวดราคาเพื่อประกาศทางเว็บไซต์ ลดได้ 14 วัน ช่วงที่ 2 การอุทธรณ์ผลการพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา ลดได้ 10 วัน สามารถดำเนินการประมูลในระบบต่อไปได้เลย ไม่ต้องรอผลการพิจารณาการอุทธรณ์ และช่วงที่ 3 คือการอุทธรณ์ผลการเสนอราคา ระหว่างที่มียื่นอุทธรณ์ตามระเบียบปี 49 ลดเวลาได้ 33 วัน ซึ่งทั้ง 3 ช่วงดังกล่าวลดเวลาไปได้ถึง 57 วัน หรือเหลือเวลาดำเนินการเพียง 28 วัน ซึ่งจะทำให้มีการใช้จ่ายงบในโครงการไทยเข้มแข็งได้รวดเร็วขึ้น<br /><br />นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของการเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็งเช่นเดียวกันโดยกรมบัญชีกลางกำหนดเชิญประชุมหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานในวันที่ 8 ก.ย. 52 นี้<br /><br />นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา สัญญาณเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ทำให้รายได้รัฐบาลเริ่มดีขึ้น จากเดิมรัฐบาลคาดว่า ปัญหาเศรษฐกิจทรุดตัวจะทำให้การจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 300,000 ล้านบาท แต่ล่าสุดคาดว่ารายได้จะต่ำกว่าเป้าหมายเพียง 170,000 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลให้ฐานะการคลังดีขึ้นและปีงบประมาณ 2553 รัฐบาลประมาณการรายได้ 1.35 ล้านล้านบาท และตั้งงบประมาณรายจ่าย ไว้ 1.7 ล้านล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ 350,000 ล้านบาท โดยคาดว่า การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลจะทำได้ตามเป้าหมาย<br /><br />ส่วนเรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคลที่มีข้อเสนอภาคเอกชนให้ลดเหลือ 25% นั้น ยอมรับยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะรัฐบาลยังต้องมีภาระ รายจ่ายสูง และต้องจัดทำงบประมาณขาดดุลอีกหลายปี คาดว่าจะจัดทำงบประมาณสมดุลได้ในปี 2558.<br />]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090903-115912</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Thu, 03 Sep 2009 04:59:12 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>กรมบัญชีกลางลดเวลาเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็งจาก 85 เหลือ 28 วัน</title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090902-120211</link>
			<description><![CDATA[กรมบัญชีกลางลดเวลาเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็งจาก 85 เหลือ 28 วัน<br /><br />กรุงเทพฯ 2 ก.ย.-นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง รักษาการที่ปรึกษาพัฒนาระบบบัญชี กล่าวว่า    กรมบัญชีกลางได้รับมอบหมายนโยบายเกี่ยวกับการเบิกจ่ายและกระบวนการต่าง ๆ ในการใช้จ่ายงบประมาณ โครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ซึ่งจะเริ่มใช้ในต้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 โดยที่ผ่านมาได้เสนอแนวทางเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2549<br /><br />สำหรับโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันอังคารที่  28 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ  ซึ่งเดิมจะต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการถึง 85 วัน ลดเหลือเพียง 28 วันเท่านั้น หรือช่วยลดเวลาไปได้ถึง 57 วัน ซึ่งจะช่วยให้มีการใช้จ่ายงบในโครงการไทยเข้มแข็งได้รวดเร็วขึ้น<br /><br />นอกจากนี้ ยังได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของการเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็ง โดยกรมบัญชีกลางกำหนดเชิญประชุมหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานตามแผนภายใต้โครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง  ในวันที่ 8 กันยายน 2552 ณ โรงแรมรามาการ์เดน เวลา 09.00-16.00 น.-สำนักข่าวไทย<br /><br /><br />อัพเดตเมื่อ 2009-09-02 17:31:49 ]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090902-120211</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Wed, 02 Sep 2009 05:02:11 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>กรมบัญชีกลางเตรียมพร้อมรองรับการเบิกงบไทยเข้มแข็ง 2553 </title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090902-115511</link>
			<description><![CDATA[กรมบัญชีกลางชี้แจง เตรียมพร้อมเพื่อรองรับการใช้จ่ายงบไทยเข้มแข็ง<br /><br />กรมบัญชีกลางชี้แจง เตรียมพร้อมเพื่อรองรับการใช้จ่ายงบไทยเข้มแข็ง โดยผ่อนคลายการจัดซื้อจัดจ้าง (e-Auction) และการเบิกจ่ายในระบบ GFMIS ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  <br /><br />          นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง รักษาการที่ปรึกษาพัฒนาระบบบัญชี เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้รับมอบหมายนโยบายเกี่ยวกับการเบิกจ่ายและกระบวนการต่าง ๆ ในการใช้จ่ายงบประมาณ โครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ซึ่งจะเริ่มใช้ในต้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 นี้ โดยที่ผ่านมา ได้เสนอแนวทางเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 สำหรับโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2552 โดยลดทั้งขั้นตอนและระยะเวลา ซึ่งเดิมจะต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ ถึง 85 วัน แต่หลักเกณฑ์ที่กำหนดใหม่นี้สามารถลดระยะเวลาการจัดซื้อจัดจ้างเหลือเพียง 28 วันเท่านั้น ได้ลดขั้นตอนอยู่ 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ในส่วนของการตั้งคณะกรรมการร่าง TOR และเอกสารประกวดราคาเพื่อประกาศทางเว็บไซด์ ลดเวลาได้ 14 วัน ช่วงที่ 2 การอุทธรณ์ผลการพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาลดได้ 10 วัน สามารถดำเนินการประมูล ในระบบต่อไปได้เลยไม่ต้องรอผลการพิจารณาการอุทธรณ์ และช่วงที่ 3 คือ การอุทธรณ์ผลการเสนอราคา ระหว่างที่มียื่นอุทธรณ์ ตามระเบียบฯ ปี 2549 สามารถลดเวลาได้ 33 วัน ซึ่งทั้ง 3 ช่วงดังกล่าวลดเวลาไปได้ถึง 57 วัน เหลือเวลาดำเนินการเพียง 28 วัน เท่านั้น ซึ่งจะทำให้ มีการใช้จ่ายงบในโครงการไทยเข้มแข็งได้รวดเร็วขึ้น<br />          นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจะนี้ยังได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของการเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็งเช่นเดียวกัน โดยกรมบัญชีกลางกำหนดเชิญประชุมหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานตามแผนภายใต้โครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ในวันที่ 8 กันยายน 2552 ณ โรงแรมรามาการ์เดน เวลา 09.00 น.  16.00 น. <br /><br /><br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <br />ข่าวชิ้นนี้เผยแพร่โดย ไทยพีอาร์ ดอทเน็ต <br /> <br />ค้นหาข่าวย้อนหลังมากกว่า 30 วัน ได้ที่ <a href="http://www.iqnewscenter.com" target="_blank" >www.iqnewscenter.com</a> <br /> <br />กรมบัญชีกลางเตรียมพร้อมรองรับการเบิกงบไทยเข้มแข็ง 2553 <br />  <br />tags : การคลัง  <br />  <br /> <br /> <br /> <br /><br /> <br /><br /> ]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090902-115511</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Wed, 02 Sep 2009 04:55:11 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>ชงใช้อีออกชัน หา10อู่ติดตั้ง เอ็นจีวีแท็กซี่</title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090827-113432</link>
			<description><![CDATA[ชงใช้อีออกชัน หา10อู่ติดตั้ง เอ็นจีวีแท็กซี่  <br /> <br />ชงกบง. อนุมัติ หลักเกณฑ์โครงการติดตั้งเอ็นจีวีรถแท็กซี่ 3 หมื่นคัน เปิดอีออกชันเลือกอู่ติดตั้ง 10 ราย ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้<br />  <br />รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันนี้ จะมีการพิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์โครงการติดตั้งก๊าซเอ็นจีวีสำหรับรถแท็กซี่ 3 หมื่นคัน ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 1,200 ล้านบาท มีระยะเวลาโครงการ 4 เดือน โดยจะกำหนดสเปกการติดตั้งต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งจะเปิดประมูลแข่งขันให้กับบริษัทอู่ติดตั้งเอ็นจีวีที่จะเข้า มาร่วมโครงการด้วยระบบอีออกชัน <br />นายศิริศักดิ์ วิทยอุดม รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า โครงการติดตั้งเอ็นจีวีในรถแท็กซี่ จะให้ความสำคัญกับอู่ติดตั้งต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กรมจะกำหนดออกมา ซึ่งปัจจุบันมีอู่ติดตั้งที่ได้มาตรฐานอยู่ 20 ราย หากเปิดประมูลอีออกชัน อย่างน้อยต้องมี 10 รายที่จะเข้าร่วมโครงการ อย่างไร ก็ตาม หลังกบง. มีมติอนุมัติในหลักการกับโครงการดังกล่าวจะ เร่งจัดทำร่างทีโออาร์ในการคัดเลือกอู่ติดตั้งโดยเร็วเพื่อไม่ให้โครงการเกิดความล่าช้า <br /><br />นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่มีความกังวลว่าจะมีการ ล็อกสเปกอู่ที่ติดตั้ง และขอเป็น ผู้รับงบและนำไปติดตั้งเอง ซึ่งนาย ณอคุณ สิทธิพงษ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน จะเจรจากับผู้ประกอบการช่วงเช้าวันนี้ <br /><br />วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090827-113432</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Thu, 27 Aug 2009 04:34:32 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>สธ.ยกเครื่อง รพ.ทั่วไทย เทงบไทยเข้มแข็งก่อสร้าง</title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090825-113033</link>
			<description><![CDATA[สธ.ยกเครื่อง รพ.ทั่วไทย เทงบไทยเข้มแข็งก่อสร้าง<br /><br />ปี53 สธ. ยกเครื่อง รพ.ทั่วประเทศ รัฐจัดงบฯไทยเข้มแข็งให้ก่อสร้างกว่า 6 หมื่นล้าน &quot;วิทยา&quot; โยนให้ สสจ.-ผู้ตรวจฯดำเนินการประมูล พร้อมหมายหัวผู้ว่าฯ 3 จังหวัด ไม่ยอมเซ็นอนุมัติปรับปรุงสถานีอนามัยตามงบฯกลางปี 52 ...<br /><br />  วานนี้ (24ส.ค.) นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวในการประชุมชี้แจงการดำเนินการตามโครงการไทยเข้มแข็ง ในส่วน สธ.ให้กับ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)และผู้อำนวยการโรงพยาบาลว่า งบประมาณที่ สธ.ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาล เพื่อดำเนินโครงการไทยเข้มแข็ง ตั้งแต่ปี 2553-2555 จำนวนทั้งสิ้น 86,684 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1.งบประมาณในการก่อสร้างตั้งแต่การยกระดับสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) การปรับปรุงโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป 66 % 2.งบฯในการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ 27 % 3.งบฯในการสร้างบุคลากรด้วยการผลิตแพทย์และพยาบาลเพิ่ม 5 %และ4.งบฯบริหารจัดการ 2 % <br /><br />นายวิทยา กล่าวอีกว่า เฉพาะงบประมาณในการก่อสร้างคิดเป็นเงินประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งการดำเนินการประมูลโครงการที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ งบประมาณโครงการละราว 400 -700 ล้านบาท จะกระจายไปให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจาก สธ.ไม่มีวัตถุประสงค์ในการรวบอำนาจมาไว้ที่ส่วนกลางแต่จะกระจายลงระดับภูมิภาค ซึ่งหากดำเนินการครั้งนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนว่า สธ.มีความพร้อมที่จะกระจายอำนาจไปสู่ สสจ.และผู้ตรวจราชการ สธ.<br /><br />รมว.สธ. กล่าวต่อว่า จังหวัดไหนที่มีความพร้อมสามารถเริ่มกระบวนการในการจัดซื้อจัดจ้างและทำ สัญญาในโครงการที่จะใช้งบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็งได้เลย ไม่ต้องห่วงเรื่องเม็ดเงิน โดย รมว.การคลังยืนยันว่ามีเงินเพียงพอที่จะจัดสรรให้กับกระทรวงต่างๆ ตามที่มีการอนุมัติไว้ ในส่วนของ สธ.ปี 2553 จะมีการก่อสร้างโรงพยาบาลครั้งใหญ่นับ 100 โครงการ ใช้งบประมาณมากกว่างบฯก่อสร้างปกติถึง 50 เท่า เมื่อแล้วเสร็จคาดว่าจะช่วยให้โรงพยาบาลระดับต่างๆ ไม่ต้องปรับปรุงอาคารสถานที่ไปอีกถึง 10 ปี ที่สำคัญหากเริ่มก่อสร้างได้เร็ว จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว เพราะในการก่อสร้างจะเกิดการเคลื่อนไหวทุกภาคส่วนตั้งแต่ผู้ประกอบการ และผู้ ใช้แรงงาน<br /><br />นายวิทยา กล่าวด้วยว่า ในส่วนของงบประมาณกลางปี 2552 ที่ได้จัดสรรให้สำหรับการปรับปรุงสถานีอนามัยใหม่แห่งละประมาณ 4.2 แสนบาท จำนวน 2,069 แห่ง เป็นเงิน 1,095 ล้านบาท และจะต้องเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. นี้ ปรากฏว่าจนถึงเดือน ส.ค.ยังมีบางจังหวัดที่ไม่สามารดำเนินการได้เนื่องจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ลงนามในการต่อเติมสถานีอนามัย จึงมอบหมายให้ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัด สธ.เร่งงหารือกับผู้ว่าฯ ซึ่งขณะนี้ทราบว่าเหลือเพียงแค่ 3 จังหวัด หากไม่สามารถเจรจาได้ ผมจะลงไปพบผู้ว่าฯเอง เพราะหากไม่ใช้งบฯ ส่วนนี้ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2552 กระทรวงการคลังจะเรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืน<br /><br />โดย ทีมข่าวการศึกษา <br />25 สิงหาคม 2552, 03:50 น.]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090825-113033</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Tue, 25 Aug 2009 04:30:33 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>พาณิชย์ขอเจียดงบไทยเข้มแข็งเจาะตลาดจีน</title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090824-111929</link>
			<description><![CDATA[นายอลงกรณ์ พลบุตร<br /><br />ก.พาณิชย์ เตรียมของบไทยเข้มแข็งตั้งทีมเฉพาะกิจเจาะภาคอีสานของจีน ใน 3 มณฑล หลังพบประชาชนมีกำลังซื้อสูง และมีความพร้อมด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะท่าเรือ แต่สินค้าไทยกลับเข้าไปขายน้อย..    <br /><br />เมื่อวันที่ 23 ส.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะเสนอของบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็ง เพื่อนำมาใช้จัดตั้งสำนักงานเฉพาะกิจเพื่อเจาะตลาดการค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ประกอบด้วย มณฑลเหลียวหนิง จี้หลิน และเฮอหลงเจียง โดยจะเป็นงบประมาณแบบปีต่อปี ส่วนจะต้องใช้งบประมาณเท่าไร อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด ทั้งนี้เพราะ ไทยค้าขายกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนน้อย ทั้งที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจมาก ประชาชนมีกำลังซื้อสูง และมีความพร้อมในด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะท่าเรือ  <br /><br />นายอลงกรณ์ กล่าวว่า สำนักงานเฉพาะกิจดังกล่าวจะทำหน้าที่เก็บข้อมูล วิจัยตลาด และติดต่อประสานงานกับบริษัทของจีนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยกระทรวงจะประสานกับกระทรวงพาณิชย์ของจีน กรมการค้าของแต่ละมณฑล เพื่อจัดงานแสดงสินค้าของไทยใน 3 มณฑลดังกล่าวในปีงบประมาณ 53 ซึ่งสินค้าไทยที่มีศักยภาพเจาะตลาด เช่น ผลไม้ อาหาร สินค้าเกษตรแปรรูป และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์<br /><br />ไทยรัฐออนไลน์<br />โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ <br />24 สิงหาคม 2552, 02:20 น.]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090824-111929</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Mon, 24 Aug 2009 04:19:29 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>ก.คมนาคมยิ้ม ได้4หมื่นล. งบไทยเข้มแข็ง</title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090819-151720</link>
			<description><![CDATA[ก.คมนาคมยิ้ม ได้4หมื่นล. งบไทยเข้มแข็ง<br /><br />ครม.อนุมัติงบฯ ให้ ก.คมนาคมตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 39,900 ล้านบาท โดยกรมทางหลวงได้เยอะสุด 2.3 หมื่นล้าน ส่วนโครงการถนนปลอดฝุ่น โคราช-บุรีรัมย์-ขอนแก่น ได้งบฯ ไปมากสุด..    <br /><br />วานนี้ (18 ส.ค.) นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้รับการจัดสรรงบฯ ทั้งสิ้น 39,900 ล้านบาท แบ่งเป็นงานในความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางบก 1,183 ล้านบาท กรมการขนส่งทางอากาศ 58 ล้านบาท กรมทางหลวง 23,626 ล้านบาท และกรมทางหลวงชนบท 15,032 ล้านบาท  <br /><br />นายโสภณ กล่าวต่อว่า งบฯ ทั้งหมดจะดำเนินการระหว่างปี 2552-2554 โดยสามารถแบ่งการดำเนินงานตามปีงบประมาณดังนี้ ปี 2552 จะใช้งบฯ 27,557 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะนำโครงการถนนไร้ฝุ่นของกรมทางหลวงชนบท วงเงิน 15,032 ล้านบาทมาดำเนินการในปี 2552 เนื่องจากโครงการมีความพร้อมสามารถดำเนินการได้ทันที ส่วนปี 2553 จะใช้งบฯ 11,962 ล้านบาท และปี 2554 จะใช้งบฯ 378 ล้านบาท <br /><br />สำหรับโครงการในส่วนของกรมการขนส่งทางอากาศ ได้แก่ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานปายวงเงิน 38 ล้านบาท และโครงการปรับปรุงพื้นที่ข้างทางวิ่งเพื่อป้องกันการกัดเซาะท่าอากาศยานหัวหินวงเงิน 20 ล้านบาท ส่วนโครงการในส่วนของกรมการขนส่งทางบก แบ่งเป็น โครงการก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสาร 9 แห่งใน 9 จังหวัด รวมวงเงิน 1,027ล้านบาท ได้แก่ 1. สถานีขนส่งที่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ วงเงิน 80 ล้านบาท 2. สถานีขนส่งที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช วงเงิน 130 ล้านบาท 3. สถานีขนส่ง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว วงเงิน 130 ล้านบาท 4. สถานีขนส่ง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี วงเงิน 102 ล้านบาท 5. สถานีขนส่ง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส วงเงิน 120 ล้านบาท 6. สถานีขนส่งจังหวัดขอนแก่นแห่งที่ 2 วงเงิน 102 ล้านบาท 7. สถานีขนส่งจังหวัดเชียงใหม่แห่งที่ 3 วงเงิน 192 ล้านบาท 8. สถานีขนส่งจังหวัดราชบุรีแห่งที่ 2 วงเงิน 81 ล้านบาท และ 9. สถานีขนส่งจังหวัดชัยภูมิแห่งที่ 2 วงเงิน 90 ล้านบาท  <br /><br />นอกจากนั้นจะเป็นการปรับปรุงและก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารทดแทนของเดิมรวม 3 แห่ง วงเงิน 135 ล้านบาท ได้แก่ การปรับปรุงและก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารที่ จ.อุทัยธานี วงเงิน 45 ล้านบาท สถานีขนส่งชัยภูมิ วงเงิน 45 ล้านบาท และสถานีขนส่ง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม วงเงิน 45 ล้านบาท <br /><br />รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวด้วยว่า โครงการถนนไร้ฝุ่นของกรมทางหลวงชนบทนั้น ได้จัดสรรโครงการไปตามจังหวัดต่างๆ โดย 3 จังหวัดที่ได้รับการจัดสรรงบฯ มากที่สุดได้แก่ 1. นครราชสีมา วงเงินประมาณ 500 ล้านบาท 2. บุรีรัมย์ 400 ล้านบาท และ 3.ขอนแก่น 380 ล้านบาท<br /><br />ไทยรัฐออนไลน์<br />โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ <br />19 สิงหาคม 2552, 03:00 น. <br />]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090819-151720</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 08:17:20 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>กดปุ่มงบไทยเข้มแข็ง</title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090818-111642</link>
			<description><![CDATA[กดปุ่มงบไทยเข้มแข็ง  <br />  <br /><br />คลังชงครม. เห็นชอบ กดปุ่มโครงการไทยเข้มแข็งรอบแรก 2 แสนล้าน<br /><br />นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในวันนี้กระทรวงการคลังจะเสนอรายละเอียดโครงการลงทุนไทยเข้มแข็งในส่วนที่ใช้เงินจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ให้ครม.รับทราบ มูลค่าโครงการลงทุนรวมที่จะเสนอในรอบแรก 2 แสนล้านบาท ซึ่งจะลงทุนได้ทันที เป็นโครงการที่กระจายอยู่ทั่วทุกหมู่บ้านและชุมชน   <br />นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าก็จะเสนอโครงการใช้เงินไทยเข้มแข็งเพิ่มเติม ให้ครม.เห็นชอบ เนื่องจากการกู้เงินตามพ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท ที่เดิมจะไปชดเชยเงินคงคลังประมาณ 2 แสนล้านบาท และกู้เพื่อลงทุนไทยเข้มแข็ง 2 แสนล้านบาท แต่ขณะนี้พบว่าเงินกู้สำหรับชดเชยเงิน คงคลังนั้นคงจะไม่ถึง 2 แสนล้านบาทแล้ว ทำให้สามารถจัดสรรเงินกู้ส่วนที่เหลือ มาใช้ในโครงการลงทุนไทยเข้มแข็งได้ เพิ่มขึ้น <br /><br />นายกรณ์ กล่าวว่า การกู้เงินภายใต้พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท ขณะนี้กู้ไปแล้ว 5 หมื่นล้านบาท เพื่อชดเชยเงินคงคลัง และจะกู้ภายในปีงบประมาณ 2552 อีกประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็ง ที่เหลือ 3.2 แสนล้านบาท กฎหมายให้เวลากู้ได้ถึงสิ้นปี 2553 <br /><br />สำหรับวันที่ 28 ส.ค.นี้ รัฐบาลจะมีการกดปุ่มการลงทุนโครงการไทยเข้มแข็งเป็นวันแรก และเงินเข้าสู่โครงการทั้งหมดมูลค่าโครงการ 1.06 ล้านล้านบาท เพื่อไปดำเนินการประมูลให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบ <br /><br />แหล่งข่าวกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า โครงการรอบแรกที่จะเสนอครม.นั้น จะเป็นงบลงทุนในโครงการถนนไร้ฝุ่น ระบบชลประทานขนาดเล็ก สถานีอนามัย ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก และการก่อสร้างตลาดกลางจำหน่ายสินค้าเกษตร ถนนไร้ฝุ่นทั่วประเทศทั้งสิ้น 940 โครงการ ได้รับงบสนับสนุน 1.5 หมื่นล้านบาท น่าจะประมูลได้เร็ว เช่นเดียวกับโครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี งบประมาณ 1.99 แสนล้านบาท ปี 2553 จำนวน 5.2 หมื่นล้านบาท ปี 2554 จำนวน 6.7 หมื่นล้านบาท และปี 2555 อีก 1.5 หมื่นล้านบาท <br /><br />วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090818-111642</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Tue, 18 Aug 2009 04:16:42 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>คลังสั่งกรมบัญชีกลางดูแลเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็ง</title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090810-125732</link>
			<description><![CDATA[คลังสั่งกรมบัญชีกลางดูแลเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็ง<br /> โพสเมื่อ 10/08/52 17:13, ปรับปรุงล่าสุด 10/08/52 17:14 ดูทั้งหมด 27 ครั้ง<br /> <br />รมช. คลัง มอบนโยบายผู้บริหารกรมบัญชีกลางให้เร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ และการแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ต่าง ๆ รวมทั้งเตรียมการรองรับโครงการไทยเข้มแข็ง โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ  <br /><br /> <br /><br />วันนี้ (10 ส.ค.) นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตามแผนการลงทุนทั้งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ โครงการลงทุนภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ระยะที่ 2 (Stimulus Package 2 : SP2) หรือแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ที่มีวงเงินรวมถึง 1.43 ล้านล้านบาท และในช่วงปีงบประมาณ 2552-2553 นี้ มีวงเงิน 4.5 แสนล้านบาท ได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางกำกับดูแลในส่วนของการเบิกจ่ายงบนี้ให้เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว ในขณะเดียวกันกระทรวงการคลังก็ได้มีการวางระบบเพื่อติดตามและรายงานผล โครงการ PFMS-SP2 (Projects Financial Monitoring System SP2) เป็นการเฉพาะนอกเหนือจากระบบ e - budgeting (ระบบการขอตั้งและการอนุมัติงบประมาณผ่านทางอิเลคโทรนิคส์ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน) และระบบ GFMIS (ระบบการเบิกจ่าย ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานผ่านทางอิเลคโทรนิคส์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน) ให้สามารถเชื่อมข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้รัฐบาลสามารถใช้ข้อมูลจากระบบในการวิเคราะห์และการบริหารการใช้จ่าย งบดังกล่าว รวมถึงการวางแผนเพื่อการกู้เงินให้สอดคล้องกับแผนการลงทุนในโครงการลงทุน ขนาดใหญ่ของรัฐ ให้สามารถดำเนินงานได้ตามแผนงาน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติงบประมาณเพื่อการวางระบบ PFMS-SP2 แล้ว จำนวน 100 ล้านบาท<br /><br /> <br /><br />รมช.คลัง กล่าวต่อว่า การขอใช้งบ SP2 หน่วยงานจะบันทึกข้อมูลโครงการในระบบ e-budgeting (SP) เช่นเดียวกับการของบประมาณปกติที่ดำเนินการผ่าน e-budgeting เมื่อผ่านกระบวนการพิจารณาอนุมัติแล้ว จะทำการเชื่อมโอนข้อมูลเข้าระบบ PFMS-SP2 ทั้งชื่อและรหัสโครงการ แผนการใช้จ่าย แผนงาน งวดการเบิกจ่ายเงิน หลังจากนั้นจะเชื่อมโอนข้อมูลด้านการเบิกจ่ายต่อไปยังระบบ GFMIS เพื่อดำเนินกระบวนการเบิกจ่ายในระบบ GFMIS ผ่านทางกรมบัญชีกลาง<br />]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090810-125732</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Mon, 10 Aug 2009 05:57:32 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>คลังสั่งกรมบัญชีกลางดูแลเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็ง</title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090810-121306</link>
			<description><![CDATA[คลังสั่งกรมบัญชีกลางดูแลเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็ง<br /> โพสเมื่อ 10/08/52 17:13, ปรับปรุงล่าสุด 10/08/52 17:14 ดูทั้งหมด 26 ครั้ง<br /> <br />รมช. คลัง มอบนโยบายผู้บริหารกรมบัญชีกลางให้เร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ และการแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ต่าง ๆ รวมทั้งเตรียมการรองรับโครงการไทยเข้มแข็ง โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ  <br /><br /> <br /><br />วันนี้ (10 ส.ค.) นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตามแผนการลงทุนทั้งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ โครงการลงทุนภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ระยะที่ 2 (Stimulus Package 2 : SP2) หรือแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ที่มีวงเงินรวมถึง 1.43 ล้านล้านบาท และในช่วงปีงบประมาณ 2552-2553 นี้ มีวงเงิน 4.5 แสนล้านบาท ได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางกำกับดูแลในส่วนของการเบิกจ่ายงบนี้ให้เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว ในขณะเดียวกันกระทรวงการคลังก็ได้มีการวางระบบเพื่อติดตามและรายงานผล โครงการ PFMS-SP2 (Projects Financial Monitoring System SP2) เป็นการเฉพาะนอกเหนือจากระบบ e - budgeting (ระบบการขอตั้งและการอนุมัติงบประมาณผ่านทางอิเลคโทรนิคส์ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน) และระบบ GFMIS (ระบบการเบิกจ่าย ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานผ่านทางอิเลคโทรนิคส์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน) ให้สามารถเชื่อมข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้รัฐบาลสามารถใช้ข้อมูลจากระบบในการวิเคราะห์และการบริหารการใช้จ่าย งบดังกล่าว รวมถึงการวางแผนเพื่อการกู้เงินให้สอดคล้องกับแผนการลงทุนในโครงการลงทุน ขนาดใหญ่ของรัฐ ให้สามารถดำเนินงานได้ตามแผนงาน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติงบประมาณเพื่อการวางระบบ PFMS-SP2 แล้ว จำนวน 100 ล้านบาท<br /><br /> <br /><br />รมช.คลัง กล่าวต่อว่า การขอใช้งบ SP2 หน่วยงานจะบันทึกข้อมูลโครงการในระบบ e-budgeting (SP) เช่นเดียวกับการของบประมาณปกติที่ดำเนินการผ่าน e-budgeting เมื่อผ่านกระบวนการพิจารณาอนุมัติแล้ว จะทำการเชื่อมโอนข้อมูลเข้าระบบ PFMS-SP2 ทั้งชื่อและรหัสโครงการ แผนการใช้จ่าย แผนงาน งวดการเบิกจ่ายเงิน หลังจากนั้นจะเชื่อมโอนข้อมูลด้านการเบิกจ่ายต่อไปยังระบบ GFMIS เพื่อดำเนินกระบวนการเบิกจ่ายในระบบ GFMIS ผ่านทางกรมบัญชีกลาง<br />]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090810-121306</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Mon, 10 Aug 2009 05:13:06 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>สั่งคุมงบไทยเข้มแข็ง ใช้อีออกชันห้ามโยก </title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090731-143229</link>
			<description><![CDATA[<a href="http://www.posttoday.com/finance.php?id=59079" target="_blank" >http://www.posttoday.com/finance.php?id=59079</a><br /><br />สั่งคุมงบไทยเข้มแข็ง ใช้อีออกชันห้ามโยก <br />วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552<br /><br />คลังคุมเข้มเบิกงบไทย เข้มแข็ง 1.5 ล้านล้านบาท กรณ์ยันใช้วิธีประมูลแบบอีออกชัน  <br /> <br />นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยสำนักงบประมาณ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และกรมบัญชีกลาง เพื่อซักซ้อมเรื่องการออกระเบียบการเบิกจ่ายงบตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 รวมถึงการแก้ไขปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (อีออกชัน) <br /><br />นายกรณ์ กล่าวว่า ในส่วนระเบียบ อีออกชันนั้น ยังกำหนดวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่อนผันให้ผู้เข้าร่วมประกวดราคาไม่ต้อง เสนอราคาในสถานที่เสนอราคากลาง จะเสนอราคาจากที่ใดก็ได้ แต่วงเงินนั้นกำหนดไว้ไม่เกิน 2 ล้านบาทเหมือนเดิม ไม่มีการขยายวงเงินเพิ่มขึ้น <br /><br />อย่างไรก็ดี จะมีการกำหนดกรอบระยะเวลาขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยอีออกชันไว้ว่า ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 28 วัน หากมีข้อร้องเรียนหรืออุทธรณ์ว่าการประกวดราคาไม่โปร่งใส ก็ต้องพิจารณาคำอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน และในขณะอุทธรณ์กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างก็สามารถดำเนินการไปได้ แต่จะไม่มีการเซ็นสัญญาเท่านั้น <br /><br />นายกรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับระเบียบหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็ง ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณนั้น ขอยืนยันว่าจะเข้มข้นกว่าการเบิกจ่ายงบประมาณปกติ โดยจะกำหนดไว้ชัดเจนว่า ไม่สามารถโยกเงินข้ามหมวด ข้ามโครงการ หรือข้ามหน่วยงานได้ โครงการใดที่มีวงเงินเหลือจ่ายก็ต้องคืนเข้าคลัง และหากจัดสรรครบตามเป้าหมาย 1.5 ล้านล้านบาทแล้ว จะไม่มีการพิจารณาเพิ่มโครงการเข้ามาอีก <br /><br />ใน 1.5 ล้านล้านบาทนี้จะปิดเลย ถ้าโครงการใดเงินเหลือ เบิกจ่ายไม่ได้ก็ต้องคืนคลัง เพื่อเอาไว้ใช้หนี้เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถนำไปใช้กับโครงการใหม่ได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตว่า หากนักการเมืองเปลี่ยนใจหรืออยากจะยกเลิกโครงการก็โยกเงิน ตรงนี้จะปิดช่อง ล็อกโครงการไว้เลย ถ้าเบิกจ่ายไม่ทันก็ต้องส่งคืนเพื่อช่วยให้กู้เงินน้อยลง นายกรณ์ กล่าว <br /><br />นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง กล่าวว่า ในวันนี้จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติปรับปรุงแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างอี ออกชัน โดยขยายวงเงินการจัดซื้อจัดจ้าง ผ่อนผันเรื่องการวางเงินให้ผู้เข้าร่วมประกวดราคา และให้อำนาจหน่วยงานที่จัดซื้อจัดจ้างตัดสินใจได้ <br /><br /> <br /> ]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090731-143229</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Fri, 31 Jul 2009 07:32:29 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>ลดขั้นตอนประมูลผ่านอี-อ๊อกชั่นอนุมัติ 28 วันโครงการไทยเข้มแข็ง</title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090729-110024</link>
			<description><![CDATA[ลดขั้นตอนประมูลผ่านอี-อ๊อกชั่นอนุมัติ 28 วันโครงการไทยเข้มแข็ง<br /> <br /> <br /><br />ภาพประกอบข่าวคมชัดลึก :ครม.เห็นชอบประมูลโครงการไทยเข้มแข็งผ่านอี-อ๊อกชั่น ทั้งลดขั้นตอนนำเสนอร่างทีโออาร์-เดินหน้าโครงการได้ระหว่างอุทธรณ์หวังร่นเวลาจาก 85 วันเหลือ 28 วัน   <br /><br /><br /> นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ปรับแก้กฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (อี-อ๊อกชั่น) ใหม่ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการนำมาใช้ในโครงการไทยเข้มแข็งและโครงการลงทุนอื่นๆ ในอนาคต ด้วยการยกเว้นข้อบังคับในการนำเสนอร่างทีโออาร์ ของผู้ประมูลโครงการบนเว็บไซต์ที่ใช้เวลามากเกินไปและไม่เกิดประโยชน์ รวมถึงลดขั้นตอนการอุทธรณ์ให้แก่หน่วยงานราชการที่ทำโครงการสามารถเดินหน้าโครงการต่อเนื่องได้ ในช่วงเวลาที่มีการอุทธรณ์ จากเดิมให้หยุดทันทีเมื่อมีการอุทธรณ์ ซึ่งทำให้เสียเวลาในการดำเนินการ<br /><br /> อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโครงการไทยเข้มแข็งยังคงใช้ระบบอี-อ๊อกชั่นเดิม สำหรับโครงการที่มีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านบาท แต่จากการปรับลดขั้นตอนดังกล่าวคาดว่าระยะเวลาในการทำระบบอี-อ๊อกชั่นจะลดลงจากเดิม 85 วันเหลือเพียง 28 วัน ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการลงทุนให้สั้นลงและส่งผลต่อการจ้างงานและสร้างรายได้ที่มีสิทธิภาพมากขึ้น โดยกรมบัญชีกลางจะใช้เวลาปรับปรุงกฎระเบียบดังกล่าวภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะนำเสนอให้ครม.พิจารณาต่อไป<br /><br /> ส่วนการร่วมทุนกับภาคเอกชน ขณะนี้ยังมีสัดส่วนการลงทุนตามพ.ร.บ.ร่วมทุนเดิม ซึ่งไม่ถือเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน รวมทั้งการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้า โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสมของโครงการและในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ รัฐบาลจะเข้าชี้แจงรายละเอียดต่าง ๆ ของพ.ร.บ.ร่วมทุนและตอบคำถามข้อสงสัยต่อวุฒิสภา เพื่อให้สามารถจะเร่งเดินหน้าโครงการลงทุนได้ภายในปีนี้  เพราะการนำสินค้าทุนเข้ามาจะช่วยให้เงินบาทอ่อนค่าลง โดยขณะนี้ยอมรับว่านักลงทุนมีการเก็งกำไรค่าเงินบาทอยู่ ทำให้เงินบาทไทยยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง<br />]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090729-110024</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Wed, 29 Jul 2009 04:00:24 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>ครม.ผ่านการปรับปรุงระบบอีออกชั่น </title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090728-105831</link>
			<description><![CDATA[ครม.ผ่านการปรับปรุงระบบอีออกชั่น <br />  <br /> <br /><br />กรณ์ เผย ครม. ผ่านการปรับปรุงระบบ อี ออกชั่น ซึ่งไม่ต้องมีร่าง ทีโออาร์ ในโครงการไทยเข้มแข็งแล้วทำให้ สามารถลดขั้นตอนเหลือเพียง 28 วัน  <br /><br /><br /><br />นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติในส่วนของการประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี ออกชั่น โดยเฉพาะในส่วนของโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง<br />โดยได้ยกเว้นการนำเสนอร่าง TOR รวมทั้ง หากมีการอุทธรณ์ ก็ต้องมีการหยุดกระบวนการประมูลเพื่อให้การประมูลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเชื่อว่า จากการตัดขั้นตอนต่าง ๆ ที่ยุ่งยากออกไปจะทำให้กระบวนการ<br />อี ออกชั่น มีระยะเวลาลดลงจาก 85 วัน เหลือเพียง 28 วัน เท่านั้น ส่วนการดำเนินการใน อ ออกชั่น ทั่วไปจะให้ทางกรมบัญชีกลาง ดำเนินการแก้ไข ก่อนที่จะมีการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในอีก 2 สัปดาห์<br /><br />นายกรณ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ส่วนการจัดสรรที่ราชพัสดุ หากคณะรัฐมนตรี ได้มีการอนุมัติให้ กรมธนารักษ์ฯเป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากมีการบริหาร และจัดสรรได้รวดเร็วกว่า<br />]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090728-105831</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Tue, 28 Jul 2009 03:58:31 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>หนุนตั้งแบงก์ใหม่พัฒนาภาคอุตสาหกรรมชงแก้&quot;อีออกชั่น&quot;เข้าครม. </title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090727-105602</link>
			<description><![CDATA[หนุนตั้งแบงก์ใหม่พัฒนาภาคอุตสาหกรรมชงแก้&quot;อีออกชั่น&quot;เข้าครม. <br />ข่าววันที่ 27 กรกฎาคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ  <br /> <br /> <br /> <br />               เมื่อวันที่ 27 ก.ค.52 นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม กล่าวในงานสัมมนาธุรกิจไทย-จีน หรือ Thai- Chinese Business Forum 2009 ซึ่งมีนักธุรกิจจีนกว่า 300 คน จากสมาคมนักธุรกิจยอดเยี่ยมเชื้อสายจีนทั่วโลกมาร่วมประชุม ว่า ความสัมพันธ์ไทย-จีน มีมาช้านาน และปัจจุบันจีนได้เข้ามาลงทุนในไทย 277 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 36,000 ล้านบาท ในหลายอุตสาหกรรม ภายใต้วิกฤติการเงินโลกในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อไทย ขณะที่จีนได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้รัฐบาลไทยจึงเร่งฟื้นฟูการค้าระหว่างสองประเทศให้ขยายตัวอย่างรวดเร็วอีกครั้ง <br /><br />                ด้าน นายหลู จวิ้น ชิง ประธานสมาคมนักธุรกิจยอดเยี่ยมเชื้อสายจีนทั่วโลก กล่าวว่า ไทยจีนเหมือนเป็นญาติมิตร การค้า ทั้งนี้ ไทย-จีน มีเป้าหมายขยายการค้าระหว่างกัน เพิ่มเป็น 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่การลงทุนเพิ่มเป็น 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และมีนักท่องเที่ยวระหว่างกัน 4 ล้านคนต่อปี ภายในปี 53 โดยเมื่อปี 2518 มูลค่าการค้าไทย-จีน มีเพียง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และเพิ่มเป็น 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้นถึง 144 เท่า โดยจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทย และเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 2 ของไทยขณะที่จีนนำเข้าสินค้าจากไทยเช่นกัน<br /><br />                ขณะที่ นายพินิจ จารุสมบัติ ว่าที่นายกสมาคมวัฒนธรรมเศรษฐกิจไทย-จีน กล่าวว่า ผลการจับคู่ธุรกิจของสมาคมนักธุรกิจยอดเยี่ยมเชื้อสายจีนทั่วโลกกว่า 300 คน ในประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเกินความคาดหมาย โดยมีนักธุรกิจไทยเข้าร่วมเจรจาประมาณเกือบ 500 คน ซึ่งครอบคลุม 16 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ มั่นใจว่าจะมีการลงทุนติดตามมาอย่างต่อเนื่อง และเม็ดเงินลงทุนรวมกันจะสูงเกิน 20,000 ล้านบาท พร้อมมั่นใจว่าปี 53 มูลค่าการค้าการลงทุนจะสูงเกิน 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ<br /><br />                วันเดียวกัน นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง กล่าวว่า วันนี้จะหารือร่วมกับ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และกรมบัญชีกลาง เรื่องการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ของการประมูลด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (อี-อ๊อคชั่น) เพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนที่จะนำเข้าสู่ครม.ในวันที่ 28 ก.ค.ต่อไป คาดว่าจะเพิ่มวงเงินการประมูลโครงการภาครัฐที่จะใช้วิธีอี-อ๊อคชั่น ที่อาจจะมากขึ้นกว่า 5 ล้านบาท จากหลักเกณฑ์เดิมกำหนดว่าการประมูลงานของภาครัฐที่เกิน 2 ล้านบาทขึ้นไปต้องใช้อี-ออกชั่นทั้งหมด แต่ที่ผ่านมารัฐบาลเห็นว่าการประมูลด้วยวีธีการอี-อ๊อคชั่น ทำให้เกิดความล่าช้า โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลกำลังเร่งการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงเสนอให้ปรับเปลี่ยนเกณฑ์ดังกล่าว<br /><br />                สำหรับเงินที่ได้จากการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งวงเงิน 8 หมื่นล้านบาทนั้น ส่วนหนึ่งจะนำไปเพิ่มทุนให้กับธนาคารเฉพาะกิจเพื่อช่วยปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการที่กำลังขาดสภาพคล่องอยู่ขณะนี้ คาดว่าจะสามารถเพิ่มทุนให้กับธนาคารดังกล่าวได้ประมาณเดือนส.ค.-ก.ย.52 <br /><br />        ด้าน นายสมมาต ขุนเศษฐ รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังประชุมตัวแทนสมาชิกส.อ.ท.ทั่วประเทศ ว่า ส.อ.ท.เสนอให้มีการรื้อฟื้นข้อเสนอการจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อดูแลอุตสาหกรรมเป็นการเฉพาะเหมือนธนาคารเฉพาะกิจอื่นๆ เช่น ธ.ก.ส.ที่ดูแลเกษตรกร หลังจากสมาชิกทุกภาคประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง เนื่องจากธนาคารทั้งเอกชนและธนาคารเฉพาะกิจของรัฐไม่ปล่อยสินเชื่อและปล่อยล่าช้ามาก ซึ่งจากข้อมูลที่รวบรวมจะพบว่าตั้งแต่เดือนมี.ค.จนถึงปัจจุบันสมาชิกส.อ.ท.ยื่นขอกู้กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) จำนวน 4,000 ล้านบาท แต่ได้รับการอนุมัติเพียง 3 ราย รวมวงเงิน 62 ล้านบาทเท่านั้น <br /><br />                ทั้งที่จริงๆ แล้วสมาชิกส.อ.ท.ต้องการสินเชื่อประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งหากปัญหาสภาพคล่องยังไม่ได้รับการแก้ไขอาจจะมีผลทำให้มีการเลิกจ้างเพิ่มขึ้น แม้จะเชื่อว่าปัญหาการเลิกจ้างจะไม่รุนแรงเหมือนที่ผ่านมา เพราะขณะนี้เศรษฐกิจปรับตัวขึ้นผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และรัฐบาลมีโครงการชะลอการเลิกจ้าง <br /> <br />]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090727-105602</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Mon, 27 Jul 2009 03:56:02 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>กรมบัญชีกลางผ่อนปรนระบบอี-อ๊อกชั่น ย่นเหลือ 45 วัน </title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090721-105439</link>
			<description><![CDATA[คมชัดลึก :กรมบัญชีกลางผ่อนปรนระบบอี-อ๊อกชั่น ย่นเหลือ 45 วัน ลดวงเงินวางประกัน พร้อมให้อำนาจหัวหน้าส่วนราชการตัดสินใจกรณีมีปัญหาร้องเรียน คาดนำเข้า ครม.ได้สัปดาห์หน้า   <br /><br /><br /> นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังมอบนโยบายแก่ผู้บริหารกรมบัญชีกลางหลังบริหารงานครบ 6 เดือนว่า จากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้กรมบัญชีกลางจัดทำระบบการประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อี-อ๊อกชั่น) และตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนการลงทุนของโครงการไทยเข้มแข็งหรือเอสพี 2 นั้น ขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่าจะใช้ระบบอี-อ๊อกชั่นเดิม แต่จะย่นระยะเวลาการประมูลให้สั้นลงจาก 60-90 วัน เหลือเพียง 45 วัน<br /><br /> โดยจะลดขั้นตอนของคณะกรรมการอุทธรณ์กรณีเกิดปัญหาการร้องเรียนขั้นตอนประมูล จะเหลือเพียงให้หัวหน้าส่วนราชการที่เป็นเจ้าของโครงการลงทุนเป็นผู้พิจารณา และหากภายหลังเกิดปัญหาทุจริตก็จะต้องรับผิดชอบทั้งหมด และจะเสนอขอให้นำร่างทีโออาร์ประกาศในเว็บและแก้ไขเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพื่อไม่ให้มีความล่าช้า <br /><br /> นอกจากนั้น โครงการที่วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท จะเปิดกว้างให้ผู้เข้าร่วมประมูลสามารถเสนอราคาที่ใดก็ได้ รวมทั้งจะลดวงเงินการวางประกันซองจาก 5% ของมูลค่าโครงการเหลือเพียง 2.5% เพื่อเอื้อให้ผู้ประกอบการเข้ามาร่วมงานกับภาครัฐได้มากขึ้น โดยหากผิดเงื่อนไขก็จะยึดเงินประกันแค่ส่วนที่วางไว้เท่านั้น ซึ่งการผ่อนปรนการจัดซื้อจัดจ้างผ่านอี-อ๊อกชั่นใหม่จะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้สัปดาห์หน้า<br /><br /> ส่วนของโครงการที่เป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ พีพีพี ขณะนี้อยู่ระหว่างยกร่าง พ.ร.บ.ร่วมการงานรัฐและเอกชน พ.ศ. 2535 ใหม่ แต่เพื่อให้ทันรองรับแผนการลงทุนตามโครงการไทยเข้มแข็ง จึงจะออกประกาศให้โครงการที่มีมูลค่าการลงทุนเกินกว่า 1 พันล้านบาทต้องเข้าพ.ร.บ.ร่วมการงานฯ เพื่อสอดคล้องกับพ.ร.บ.ร่วมทุนเดิมและสอดคล้องกับแนวทางการลงทุนตามที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เสนอมา<br /><br />วันที่ 21 กรกฎาคม 2552<br />]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090721-105439</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Tue, 21 Jul 2009 03:54:39 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>คลังแก้หลักเกณฑ์ประมูลอีอ็อคชั่น รับโครงการลงทุนไทยเข้มแข็ง </title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090720-092622</link>
			<description><![CDATA[คลังแก้หลักเกณฑ์ประมูลอีอ็อคชั่น รับโครงการลงทุนไทยเข้มแข็ง <br /><br />คลังแก้หลักเกณฑ์ประมูลอีอ็อคชั่น รับโครงการลงทุนไทยเข้มแข็ง <br /><br />กระทรวงการคลัง 20 ก.ค.-นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประชุมร่วมกับผู้บริหารกรมบัญชีกลางเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับโครงการลงทุนภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 (Stimulus Package 2 : SP2) หรือแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555  ซึ่งมีวงเงินรวมถึง 1.43 ล้านล้านบาท  <br /><br />นพ.พฤฒิชัย กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2553 จะมีวงเงินสำหรับการลงทุนทั้งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ประมาณ 450,000 ล้านบาท ที่ต้องดูแลเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินให้เกิดความคุ้มค่าและเป็นประโยชน์สูงสุด ซึ่งหลังจากรัฐบาลได้ระดมทุนด้วยการออกพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง 80,000 ล้านบาท ให้เงินลงไปสู่โครงการต่าง ๆอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ส่วนราชการต่าง ๆ ตั้งโครงการลงทุนที่มีความพร้อมแล้ว 6,000 โครงการ โดยจะมีการตั้งผู้บริหารการเงินหรือ CFO ด้วยการให้คลังจังหวัดเป็นหัวหน้าคณะกรรมการคอยติดตามดูแลโครงการต่าง ๆ ในภูมิภาคและให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศให้เอกชนทราบอย่างชัดเจนหากมีแผนการลงทุนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเอกชนเกี่ยวกับประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรืออีอ็อคชั่น แก้ไขหลักเกณฑ์ที่ผ่อนปรนให้แล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคมนี้ เพราะยอมรับว่าระบบอีอ็อคชั่นมีปัญหามาก<br /><br />รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวอีกว่า รูปแบบการประมูลอีอ็อคชั่นที่จะแก้ไข เช่น  โครงการลงทุนวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาประมูลเพื่อส่งข้อมูลยังระบบในสถานที่ที่นัดจัดประมูลสามารถส่งข้อมูลการเสนอราคามาจากที่ใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานหรือที่บ้าน เพราะเป็นโครงการลงทุนที่ไม่สูงนัก รวมถึงการประมูลงานจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องวางเงินประกันซอง หากมีการผิดเงื่อนไขการประมูล เช่น ไม่มาประมูลตามที่เสนอไว้จะต้องถูกยึดเงินประกันร้อยละ 5 ได้ปรับลดเหลือร้อยละ 2.5 และหากโครงการลงทุนมีปัญหามีการร้องเรียนว่า มีการทุจริตด้วยการยื่นอุทธรณ์ต่อคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.กพ.) โครงการดังกล่าวต้องหยุดดำเนินการทันที แต่เกรงว่าจะมีการกลั่นแกล้งจากฝ่ายตรงข้าม จึงให้อำนาจหัวหน้าหน่วยงานที่ดูแลโครงการดังกล่าวใช้วิจารณญาณในการพิจารณา ซึ่งไม่จำเป็นต้องให้หยุดดำเนินการ แต่หากพิจารณาออกมาแล้วผิด จึงค่อยมาว่ากันอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ยังต้องการให้ผู้ประกอบการที่ต้องติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ได้รับการปฏิบัติจากหน่วยงานภาครัฐด้วยความยุติธรรมเท่าเทียมกัน  มีความโปร่งใส  โดยการพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)  ซึ่งผู้ประกอบการและประชาชนสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างได้ทุกขั้นตอน. -สำนักข่าวไทย<br /><br /><br />อัพเดตเมื่อ 2009-07-20 15:04:25 ]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090720-092622</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Mon, 20 Jul 2009 02:26:22 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>&quot;กอร์ปศักดิ์&quot;หนุนแก้ระบบอี-ออกชั่น เบิกจ่ายงบเร็วขึ้น</title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090709-095241</link>
			<description><![CDATA[7 กค. 2552 09:40 น.<br /><br />&quot;กอร์ปศักดิ์&quot;หนุนแก้ระบบอี-ออกชั่น เบิกจ่ายงบเร็วขึ้น<br /><br />นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยถึงการที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอแก้ไขระบบการประมูลจัดซื้อจัดจ้างแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-ออกชั่น เชื่อว่า จะสามารถลดอุปสรรคในโครงการลงทุนในแผนเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง พ.ศ.2555 ให้สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้เร็วขึ้น   <br /><br />สำหรับความคืบหน้าการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งแผนการใช้เงิน 2 แสนล้านบาท ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างเร็วที่สุด โดยจะสามารถนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ภายในเดือนกันยายน <br /><br />ส่วนแนวทางการกู้เงินนอกเหนือจากการออกพันธบัตรออมทรัพย์ วงเงิน 5 หมื่นล้านบาทนั้น หากยังไม่จำเป็นที่ต้องใช้เงิน รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องระดมทุนล่วงหน้าเพื่อนำเงินมาถือไว้ ทั้งนี้ การที่รัฐบาลออกพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและเสริมสภาพคล่อง 4 แสนล้านบาท นั้น มีความโปร่งใส และสาเหตุที่ไม่สามารถกู้ตามงบประมาณปี 2553 ได้ เนื่องจากขัดกับกรอบกฎหมายที่กำหนดให้สามารถกู้ได้เพียง 3 แสน 9 หมื่นล้านบาท<br />]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090709-095241</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Thu, 09 Jul 2009 02:52:41 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>เอกชนท่องเที่ยวเหงือกแห้งเอสเอ็มอีแบงก์ไม่ปล่อยเงินกู้</title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090624-102017</link>
			<description><![CDATA[เอกชนท่องเที่ยวโวย เงินกู้ SME ล่าช้าผ่านไปเกือบครึ่งปี ไม่คืบหน้า ผู้ประกอบการรอวันตาย จี้เอสเอ็มอีแบงก์เร่งชี้แจง ระบุตัวเลขที่อ้างปล่อยกู้แล้ว 586.9 ล้านบาท ยังไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ประธานบอร์ด ททท.-ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯนั่งตาปริบอ้างคงอยู่ระหว่างดำเนินการ พร้อมแจงเหตุสรรหาผู้ว่าการททท.ล่าช้า 30 มิ.ย.นี้เผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหา  <br />       <br />       นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า โครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอี แบงก์) เป็นผู้ปล่อยกู้นั้น ขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดได้รับเงินกู้เลยแม้แต่รายเดียว ซึ่งขณะนี้ระยะเวลาล่วงเลยไปกว่า 4 เดือนแล้ว หากปล่อยเป็นเช่นนี้ต่อไปเชื่อว่าต้องมีผู้ประกอบการต้องปิดตัวลงอย่างแน่นอน<br />        <br />       ผมอยากถามว่าเกิดอะไรขึ้น วงเงินกู้แค่รายละ 5 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการยังมีปัญหา แม้กระทรวงการท่องเที่ยว และ ททท. จะช่วยผลักดันแล้วก็ตาม แต่ปัญหาก็ยังติดที่ธนาคารยังไม่ปล่อยเงินกู้ออกมา ผมสงสารผู้ประกอบการกลุ่มนี้มาก ซึ่งเมื่อปัญหาเป็นเช่นนี้ก็คงยากที่จะมองไปถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ขณะนี้ก็ย่ำแย่สุดจะทนแล้ว<br />       <br />       ขณะที่นายจุมพล ชฎาวัฒน์ กรรมการ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า มีข้อมูลจาก เอสเอ็มอี ระบุว่า มีภาคเอกชนท่องเที่ยวยื่นขอเข้าร่วมโครงการเงินกู้ดังกล่าว 705 ราย รวมวงเงินขอกู้ 1,704 ล้านบาท โดยมีผู้ได้รับการอนุมัติแล้ว 275 ราย รวมวงเงิน 586.9 ล้านบาท แต่เมื่อสอบถามไปยังสมาชิก กลับได้รับคำตอบว่ายังไม่มีผู้ใดได้รับเงินกู้ดังกล่าวเลยแม้แต่รายเดียว จึงต้องการถามผ่านกระทรวงการท่องเที่ยวฯว่า จริงๆแล้ว การพิจารณาอนุมัติปล่อยสินเชื่อในครั้งนี้ติดปัญหาใดบ้าง และต้องการเอกสารข้อมูลอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ สมาคมฯยินดีที่จะเป็นผู้ประสานงาน และอำนวยความสะดวกให้ทั้งสิ้น<br />       <br />       ที่ผ่านมา เมื่อสมาคมยื่นเรื่องไปยังเอสเอ็มอีแบงก์แล้ว ธนาคารก็จะติดต่อกับลูกค้าเอง แต่เท่าที่ทราบ ก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับจากธนาคาร จึงอยากทราบปัญหาข้อติดขัด เพราะไม่อยากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปถึงหมดระยะเวลาโครงการคือวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ซึ่งอาจจะสายเกินแก้ไข ทุกวันนี้ผู้ประกอบการต้องไปวิ่งหาเงินกู้นอกระบบมาเสริมสภาพคล่องเพราะรอที่จะได้เงินกู้มาเกือบ 9 เดือนแล้ว ตั้งแต่ปิดสนามบินภูเก็ต<br />       <br />       ด้านน.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เข้าใจว่าขณะนี้เอสเอ็มอีแบงก์คงอยู่ระหว่างการดำเนินการปล่อยเงินให้แก่ภาคเอกชนตามที่ระบุในรายงานว่ามีการอนุมัติแล้ว 275 ราย รวมวงเงิน 586.9 ล้านบาท คาดว่าคงใช้ระยะเวลาอีกสักระยะ เงินก็จะทยอยเข้าสู่ระบบ<br />       <br />       ***สรรหาผู้ว่าทท.ฯเจอขวากหนาม<br />       นอกจากนั้น ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวยังกล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการสรรหาตำแหน่งผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าขณะนี้ได้เลือกกรรมการสรรหาที่จะเข้ามาร่วมทำงานได้แล้ว รวม 4 ท่าน มาจากบอร์ดททท.และจากภาคเอกชน ซึ่งจะเปิดเผยรายชื่อในการประชุมบอร์ดททท.ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ โดยกระบวนการสรรหาจะเร่งให้เร็วที่สุด แต่ไม่สามารถตอบได้ว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใด<br />       <br />       ทางด้านนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานบอร์ด ททท. กล่าวว่า การประชุมบอร์ดททท.ครั้งล่าสุด ได้มีมติชัดเจนว่า ให้ดำเนินการกระบวนการสรรหาตำแหน่งผู้ว่าการททท.ได้ทันที่ โดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยตีความของกฤษฎีกา แต่ทั้งนี้ต้องระบุในร่างทีโออาร์ให้ผู้สมัครได้รับทราบทุกคนว่า หากคำตัดสินของกฤษฎีกาชี้ขาดว่าเป็นเช่นใดต้องยอมรับได้และพร้อมปฎิบัติตาม<br />       <br />       ที่ผ่านมา บอร์ดททท.ไม่ได้นิ่งเฉยกับการสรรหาตำแหน่งผู้ว่าการททท.แต่เมื่อสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจได้เสนอให้ยื่นกฤษฎีกาช่วยตีความชี้ขาดว่า ททท.เป็นรัฐวิสาหกิจประเภทใด และ ตำแหน่งผู้ว่าการจะมาจากการสรรหา หรือการแต่งตั้ง<br />       <br />       จากการเช็คข้อมูลไปที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. พบว่า ททท.จัดอยู่ในหมวดรัฐวิสาหกิจเพื่อการส่งเสริม เช่นเดียวกันกับองค์การสงเคราะห์สวนยาง จึงไม่จำเป็นต้องสรรหาผู้ว่าการ แต่ใช้ระบบแต่งตั้งแทน ดังนั้นคำร้องขอของสหภาพจึงมีน้ำหนักที่น่าจะเป็นไปได้<br />       <br />       อย่างไรก็ตามคงต้องรอว่ากฤษฎีกาจะชี้ขาดเช่นใด ก็ยินดีปฎิบัติตาม เพราะหากตำแหน่งผู้ว่าการ มาจากการแต่งตั้งคนภายในองค์กร ค่าตอบแทนก็จะได้เพิ่มจากพนักงานประจำเพียงขั้นเดียว แต่ในส่วนของผู้ว่าการ ททท. 2 ท่านที่ผ่านมา ที่มาจากการสรรหานั้นก็ต้องมาตีความอีกครั้งว่าจะมีผลย้อนหลังหรือไม่อย่างไร]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090624-102017</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Wed, 24 Jun 2009 03:20:17 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>เอกชนโอดรื้ออี-อ๊อกชั่นพนักงานเดือดร้อน แถมเปิดช่องให้มีการคอร์รัปชั่นเพิ่ม</title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090624-100936</link>
			<description><![CDATA[เอกชนโอดรื้ออี-อ๊อกชั่นพนักงานเดือดร้อน แถมเปิดช่องให้มีการคอร์รัปชั่นเพิ่ม <br /><br />กลุ่มผู้ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เรียกร้องรัฐบาลแจงเหตุผลให้ชัด หากจะยกเลิกการประมูลด้วยระบบอี-อ๊อกชั่น อ้างเดือดร้อนถึงพนักงานมีสิทธิ์ถูกเลิกจ้าง พร้อมเตือนขืนไม่ใช้ระบบนี้กลั่นกรอง ระวังไทยติดอันดับ 1 ปัญหาคอร์รัปชั่นในเอเชีย <br />  <br /> จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.)มีการหารือขอให้แก้ไขระเบียบการประมูลด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (อี-อ๊อกชั่น) โดยเสนอแนะให้ยกเลิกการใช้ระเบียบอี-อ๊อกชั่นที่เกี่ยวกับงานประมูลก่อสร้าง อ้างว่า ระเบียบดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการประมูลงานภาคเอกชน และภาครัฐยังได้รับงานที่ไม่มีคุณภาพจากการประมูล <br /><br /> ล่าสุดกลุ่มบริษัทผู้ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์(อี-คอมเมิร์ซ)ทั้ง 11 บริษัทนำโดยนายปิยะ พิริยะโภคานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทนิวตรอนการประมูลจำกัดเปิดแถลงข่าวคัดค้านการยกเลิกอี-อ๊อกชั่น โดยระบุว่าหากรัฐบาลจะยกเลิกการประมูลแบบอี-อ๊อกชั่น ก็ต้องชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจน เนื่องจากผู้ประกอบการที่ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีจำนวนพนักงานที่รับผิดชอบและดูแลในส่วนของการประมูลดังกล่าวอยู่ด้วย จะได้รับผลกระทบ <br /><br /> &quot;รัฐบาลต้องตอบว่า จะยกเลิกเพราะอะไรและวิธีใดที่เหมาะสมที่สุดมาใช้แทน หรือจะให้กลับมาใช้วิธียื่นซองแทน ซึ่งเป็นวิธีที่มีการฮั้วประมูลได้มากกว่า หากจะยกเลิกจริง คงไม่กระทบต่อธุรกิจของเรานัก เนื่องจากเรามีบริษัทในเครือที่สามารถสร้างรายได้อื่นๆแทนได้ แต่พนักงานที่ดูแลในระบบนี้อยู่ จะให้นำไปไว้ตรงไหน จะต้องปลดออกหรือไม่ เราต้องการความชัดเจน&quot; นายปิยะกล่าว <br /><br /> พันเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ ที่ปรึกษาเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พันธนวณิช จำกัด กล่าวว่าปีที่ผ่านมา การประมูลด้วยระบบอี-ออคชั่นช่วยประหยัดงบประมาณให้แก่ภาครัฐประมาณ 10% จากมูลค่าการประมูลราว 3 แสนกว่าล้านบาท ปีนี้คาดว่า หากพรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทผ่าน จะทำให้มีเม็ดเงินงบประมาณเพิ่มขึ้นมหาศาล <br /><br /> อย่างไรก็ตาม จะต้องกลับมาดูว่า วงเงินกู้ 4 แสนล้าน จะไปอยู่ในส่วนของโครงการไหนบ้าง เพราะว่า หากรัฐบาลกำหนดให้ลงทุนแต่โครงการขนาดใหญ่(เมกะโปรเจ็กท์ ) อาจทำให้โครงการประมูลลดน้อยลง เพราะจะไปเน้นการลงทุนที่มีขนาดใหญ่ ขณะที่โครงการในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อบต.) ที่มีงบประมาณราว 10 ล้านบาท ก็จะแบ่งเป็นโครงการย่อยๆโครงการละไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อหลีกระเบียบการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 ที่ยกเว้นให้โครงการที่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ไม่ต้องประมูลด้วยวิธีอี-ออคชั่น <br /><br /> นอกจากนี้ที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกจัดอันดับปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นที่ 2 ของเอเชีย ดังนั้นธนาคารโลกและองค์การการค้าโลก(WTO)จึงเสนอให้ประมูลทางอิเลคทรอนิกส์ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหา หากรัฐบาลยกเลิกการประมูลแบบอี-อ๊อคชั่น อาจทำให้ไทยติดอันดับ 1 ของโลกได้ <br /><br /> ส่วนคำพูดของนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) ที่กล่าวว่า การทำอีอ๊อคชั่นทำให้การก่อสร้างในประเทศไทยมีปัญหาและไม่มีประสิทธิภาพ นั้น อยากบอกว่าเป็นเรื่องที่ผิด คุณภาพการก่อสร้างขึ้นอยู่กับบริษัทฯผู้รับเหมาก่อสร้างนั้นๆไม่ใช่มาโทษอี-ออคชั่น <br /><br /> ดังนั้นกลุ่มบริษัทผู้ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จึงมีข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขระเบียบว่าการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 โดยจะยื่นข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระเบียบการจัดซื้อออนไลน์ 4 ประเด็นให้กรมบัญชีกลางพิจารณาภายในสัปดาห์หน้า ประกอบด้วย <br /><br /> 1.ให้แก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ เรื่องการประมูลด้วยวิธีทางอิเลคทรอนิกส์ พ.ศ.2549 โดยให้คณะกรรมการยึดหลักประกันซอง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือค่าปรับในการผิดเงื่อนไขการเสนอราคาควรเป็นมูลค่า 10 เท่าของค่าธรรมเนียมการบริการประมูล และถ้าผู้มีสิทธิเสนอราคาที่มาลงทะเบียนแล้ว แต่ไม่เข้าสู่ระบบ ไม่มีการเสนอราคา ไม่ลงลายมือชื่อเพื่อยืนยันราคาสุดท้ายในการเสนอราคา ให้ยึดหลักค้ำประกันซองมูลค่า 5% ของวงเงินงบประมาณ จากที่ผ่านมาหากผู้เสนอราคาเดินทางมาช้าเกินกว่าที่กำหนด จะต้องถูกยึดหลักประกันซองเสนอราคา บางรายมีมูลค่าสูงถึง 10 ล้านบาท <br /><br /> 2. เสนอให้กรมบัญชีกลางฯกำหนดวงเงินสำหรับการใช้สถานที่การประมูล โดยเริ่มต้นวงเงินจัดซื้อจัดจ้างที่มีมูลค่าตั้งแต่ 25 ล้านบาทขึ้นไปเท่านั้น เพราะจะทำให้ผู้มีสิทธิเสนอราคามีจำนวนลดลงลด โอกาสผู้ค้าจะมาพบกันซึ่งอาจส่งผลถึงการล้มการประมูลได้ <br /><br /> 3. มาตรการเสริมสร้างความโปร่งใสในการประมูล อาทิ การขายเอกสารประกวดราคาผ่านทางเว็บไซต์ การยื่นข้อเสนอของผู้ค้า โดยการกำหนดเวลาในการยื่นเอกสารประกวดราคาไม่ให้ตรงกัน และ4.ประการสุดท้ายกรมบัญชีกลางควรปรับลดวงเงินงบประมาณการประมูลขั้นต่ำที่ไม่ต้องประมูลแบบอี-ออคชั่นจาก 2 ล้านบาทมาเป็น 1 ล้านบาท ป้องกันหน่วยงานส่วนท้องถิ่นซอยงบประมาณเป็นโครงการไม่เกิน 2 ล้านบาท  <br />]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090624-100936</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Wed, 24 Jun 2009 03:09:36 GMT</pubDate>
		</item>
		<item>
			<title>กลุ่มบริษัทผู้ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จัดงานแถลงข่าว ยกเครื่องระเบียบอีออคชั่น 2552</title>
			<link>http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090624-100843</link>
			<description><![CDATA[กลุ่มบริษัทผู้ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จัดงานแถลงข่าว ยกเครื่องระเบียบอีออคชั่น 2552<br /><br />กรุงเทพฯ--4 มิ.ย.--พันธวณิช  <br />สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ) มีการหารือเรื่องการแก้ไขระเบียบอีออคชั่น โดยมีการเสนอแนะให้ยกเลิกการใช้ระเบียบอีออคชั่นที่เกี่ยวกับงานการประมูลก่อสร้าง เนื่องจากพบว่าระเบียบดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการประมูลงานของภาคเอกชน และภาครัฐยังได้รับงานที่ไม่มีคุณภาพจากการประมูล ทำให้กลุ่มบริษัทผู้ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทั้ง 11 บริษัท ซึ่งประกอบด้วย บริษัท พันธวณิช จำกัด บริษัท ป๊อป เนทเวอร์ค จำกัด บริษัท บีส ไดเมนชั่น จำกัด บริษัท ดาต้าแมท จำกัด (มหาชน) บริษัท ซอฟแวร์ลิ้งค์ จำกัด บริษัท ฟรีอินเตอร์เน็ท จำกัด บริษัท อินเทลลิเจนท์ โซลูชั่น แอนด์เซอร์วิส จำกัด บริษัท นิวตรอน การประมูล จำกัด บริษัท สเปซไวร์ จำกัด บริษัท สวนกุหลาบ เซอรารี่ชีล จำกัด และบริษัท ไอ ซี เอ็น ซิสเต็ม จำกัด จัดประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นปัญหาดังกล่าว และจัดทำสรุปข้อแนะนำการการแก้ไขระเบียบอีอ๊อกชั่นที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่เป็นปัญหาต่อการจัดซื้อของภาครัฐ<br /><br />กลุ่มบริษัทผู้ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทั้ง 11 บริษัท จึงร่วมกันจัดงานแถลงข่าวในหัวข้อ ยกเครื่องระเบียบอีออคชั่น 2552 ขึ้นในวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2552 เวลา 10.00 น. ณ ห้อง ลุมพินี 3 ชั้น 11 อาคารลุมพินี ทาวเวอร์ ถนน พระราม 4 กรุงเทพฯ เพื่อให้ข้อมูลสรุปปัญหาและแนวทางแก้ไขในการดำเนินการตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ปี 2549 ทั้งนี้ ในงานจะมีผู้บริหารของบริษัทผู้ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เข้าร่วมแถลงข่าว คือ พันเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พันธวณิช จำกัด คุณปิยะ พิริยะโภคานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิวตรอน การประมูล จำกัด และ ดร. โยธิน อนาวิล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ป๊อปเนทเวอร์ค จำกัด รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทผู้ให้บริการตลาดกลางฯ ทั้งหมดเข้าร่วมการแถลงข่าว โดยมีกำหนดการดังต่อไปนี้<br /><br />10.00  10.30 น. ลงทะเบียน<br />10.30  10.35 น. พิธีกรกล่าวต้อนรับ และเปิดการแถลงข่าว<br />10.05 11.30 น. ยกเครื่องระเบียบอีออคชั่น 2552<br />พันเอกรังษี กิติญาณทรัพย์<br />ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พันธวณิช จำกัด<br />คุณปิยะ พิริยะโภคานนท์<br />กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิวตรอน การประมูล จำกัด<br />ดร. โยธิน อนาวิล<br />ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ป๊อปเนทเวอร์ค จำกัด<br />11.30 12.00 น. ถาม-ตอบ<br />12.00 น. เชิญสัมภาษณ์ผู้บริหารบริษัทผู้ให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์<br />]]></description>
			<category></category>
			<guid isPermaLink="true">http://www.newtronauction.com/index.php?entry=entry090624-100843</guid>
			<author>Wisut Ua-anant</author>
			<pubDate>Wed, 24 Jun 2009 03:08:43 GMT</pubDate>
		</item>
	</channel>
</rss>

